ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletประกันการเดินทาง
bulletประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล
bulletประกันสุขภาพ เพื่อยื่นวีซ่า
bulletประกันการขนส่ง
bulletประกันสุขภาพ
bulletประกันอัคคีภัย
bulletประกันรถยนต์ประเภท 1
bulletประกันภัยเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
dot
dot
bulletโปรโมชั่น ลูกกตัญญู
bulletลดกระหน่ำ ประกันประเภท 3
bulletประกันรถประเภท3ภาคพิเศษ1
bulletประกันรถประเภท3ภาคพิเศษ2
bulletประกันรถประเภท3ภาคพิเศษ3
dot
dot
bulletเสียดายแทนคนไม่ได้อ่าน
bulletสุขภาพ และ ความงาม
bulletธรรม สบายใจ
bulletรอบรู้เรื่องรถ
bulletพระราชาผู้เป็นหนึ่งในโลก
bulletเกร็ดความรู้ ประกัน
bulletธรรม ดี ดี จาก พ่อคูณ
bulletดวง โหราศาตร์ ความเชื่อ
bulletนา นา สาระ น่ารู้
bullet100 ปี ท่านพทธทาส
bulletหนังสือพิมพ์ ออนไลน์
bulletที วี ออนไลน์
bulletฟังวิทยุออนไลน์ ทั่วโลก
dot
dot
bulletกรมประกันภัย
bulletสมาคมประกันวินาศภัย
bulletสมาคมมัคคุเทศก์
bulletค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
bulletตารางเวลาเดินรถ บขส.
bulletตารางเวลาเดินรถ การรถไฟ
bulletค้นหาที่ทำการไปรษณีย์
dot
dot
bulletรายชื่อ บริษัท ทัวร์ชั้นนำ
bulletการขอ วีซ่า Schengen visa
bulletหมายเลขฉุกเฉิน
bulletเพลงดัง หนัง ละคร
bulletเส้นทางลัด กทม.
bulletสถานฑูต ต่างประเทศในไทย
bulletสายการบินนานาชาติ
dot
dot
bulletท่องปราสาทเทพนิยายในยุโรป
bulletยล 10 เมืองน่าอยู่ของโลก เวียนนา ชนะเลิศ
bulletทิ้งใจไว้ที่ "ปราก"
bullet“บูดาเปสต์” ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ
bulletเวียนนา นครแห่งเสียงดนตรี งดงาม โรแมนติก
bulletยลโบสถ์งาม “เมืองอัมสเตอร์ดัม”
bulletตกหลุมรัก “อัมสเตอร์ดัม” เมืองแห่งคลองมากเสน่ห์
bulletโคเปนเฮเกน เมืองท่ามหาเสน่ห์
bulletเจ้าหญิงหิมะกับเจ้าชายทะเล
bullet"เฮลซิงกิ" ธิดาแห่งทะเลบอลติก
bulletบาร์เซโลน่า
bulletท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ
bulletหลงรัก"โรม"
bulletท่องเที่ยวประเทศฮังการี
bulletเบอร์ลิน ความทรงจำหลังสงคราม
bulletเบอร์ลิน เกาะพิพิธภัณฑ์ปลุกปั้นอดีตให้มีชีวิต
dot
dot
bulletเซียงขวงดินแดนวิมาน งามตระการทุ่งไหหิน
bulletวังเวียงฝังใจ วิถีในม่านเขา-สายน้ำ และแบ็กแพ็กเกอร์
bulletมหัศจรรย์คอนพะเพ็ง
bulletมรดกโลกวัดพู ความงามคู่เมืองลาว
bulletคาราวานน่าน - ลาว สุขบนทางฝุ่น - ลุ้นบนทางโค้ง
bulletม่วนซื่น ลอดถ้ำ ถ้ำลอด(กองลอ) ณ แขวงคำม่วน
bulletผจญภัยทะเลทราย"ดูไบ"
bulletโรแมนติกแบบเกาหลี ที่นี่ “เกาะเชจู” ตอน: ลม ผู้หญิง และหินลาวา
bulletโรแมนติกแบบเกาหลี ที่นี่ “เกาะเชจู” ตอน: ดอกไม้ผลิใบ หัวใจผลิบาน
bulletวัฒนธรรมสำคัญของเกาหลี
bulletเมนูอาหารจานเด็ด ของเกาหลี
bulletไปเกาหลีซื้ออะไรดีน๊า??
bulletเที่ยวแดนโสมตามรอย “ลีซาน” ที่ป้อมฮวาซอง
bulletพิชิต"เขาไท่ซาน"ภูผาศักดิ์สิทธ์มรดกโลก
bulletฮาร์บิน
bulletเนินทรายครวญ กับ ทะเลสาบเดือนเสี้ยว
bulletสวัสดี ... ซีอาน
bulletไปฟ้อง 'ท่านเปา'
bulletแนะคนมีบุตรยากไหว้ 3สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจีนได้ลูก ‘ชาย-หญิง’ สมใจ
bullet38 แหล่งมรดกโลกในจีน ชีวิตหนึ่งต้องไปเยือน
bulletมรดกโลกในแผ่นดินจีน
bullet50 สุดยอดแหล่งเที่ยวในจีนที่ต่างชาติไม่ควรพลาด
bulletพระราชวังต้องห้าม(กู้กง)
bullet'หวงซัน'ขุนเขาในม่านเมฆ
bulletหมู่บ้านอนุรักษ์ซีตี้-หงชุน มณฑลอันฮุย
bulletเรื่องเล่าไม่รู้จบของ 'กำแพงเมืองจีน'
bullet'ม่อเกาคู' พุทธศิลป์ชิ้นเลิศที่ตุนหวง
bullet1974 โลกตะลึงกองทัพทหารใต้สุสาน
bulletเขาไท่ซัน มรดกโลกแดนมังกรปี 1987
bulletเมืองเก่าผิงเหยา : ขุมคลังโบราณและต้นแบบตลาดค้าเงินยุคใหม่
bullet'จิ่วไจ้โกว..ดินแดนแห่งเทพนิยาย'
bullet'โปตะลา'พระราชวังแดงบนหลังคาโลก
bulletเผยปริศนาในสุสานจิ๋นซี
bulletจีนฟันธงแล้ว “ที่ตั้งสุสานโจโฉ” ยุติปริศนาร่วมสองพันปี
bulletสามก๊ก (คริสตศักราช 220 – 280)
bulletมณฑลเหอหนัน (河南省)
bulletสุนทรียศิลป์แห่งน้ำแข็งและหิมะ ที่ฮาร์บิน
bullet"จิ่วไจ้โกว" ทะเลสาบ 5 สี
bulletย่ำขุนเขาเมือง “คุนหมิง” นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ
bullet"วัดเส้าหลิน" ถิ่นยอดกังฟูแดนมังกร
bulletย่างกุ้ง
bulletมัณฑะเลย์
bulletไขปริศนาก้อนหินแห่งศรัทธา
bulletเดินป่าหา 'ดาว' ณ เชียงตุง
bulletเที่ยว"ชเวดากอง"แล้วลองย้อนดูตัว
bulletเยือนบ้านลุงโฮ
bulletเว้
bulletสูดกลิ่นหอม ชมดอกไม้บานสะพรั่งที่ "ฮอกไกโด"
bulletไต่ระห่ำพิชิตภูเขาไฟ "ฟูจิ"
bulletดื่มด่ำธรรมชาติ ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น
bulletฟุคุยะมะ... งามบนความเรียบง่าย
bulletนาโอะชิมะ เกาะมหาศิลปะ
bulletIndonesia 1 การเติบโตท่ามกลาง ความผันผวนของโลก
bulletจากอูบุดถึงจาติลูวิห์...ดื่มด่ำความมหัศจรรย์บนผืนนา
bulletซีเรีย แหล่งอารยธรรมระดับโลก




"โครงการพระราชดำริ" อย่างพอเพียง
ห้วยฮ่องไคร้ ศูนย์ศึกษาฯ ที่เปรียบดัง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต

"...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้อง ทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขึ้นที่สูงขึ้นโดยลำดับ ต่อไป..."

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2517

...นับเป็นระยะเวลาหลายสิบปีแล้ว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิด "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งก็มีกลุ่มคนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่นำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติตาม

เขาหินซ้อน โครงการพระราชดำริแห่งแรก
สำหรับ เมืองไทยนั้นหนึ่งในรูปธรรมที่เห็นเด่นชัดตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ คือ พื้นที่อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่สร้างคุณประโยชน์มากมายต่อพี่น้องเกษตรกรไทย

ปัจจุบันนอกจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริคือหนึ่งในพื้นที่ที่อุดม ประโยชน์อันสำคัญของเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานและแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนี่คือโครงการพระราชดำริเด่นๆ 5 แห่งจาก 5 ภาคทั่วประเทศที่แต่ละโครงการต่างก็มีความโดดเด่นน่าสนใจแตกต่างกันออกไป

ภาคกลาง : เขาหินซ้อน แม้..."ป่าหาย น้ำแห้ง ดินเลว ก็พัฒนาได้"

ณ เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ในอดีตพื้นที่แถบนี้เป็นป่าดงดิบ มีลักษณะเป็นภูเขาหินตามธรรมชาติก้อนใหญ่ก้อนเล็กระเกะระกะทับซ้อนกันอยู่ ทั่วไป ชาวบ้านจึงเรียกขานกันว่า "เขาหินซ้อน"

ทว่าหลังจากที่มีการสร้างทางหลวงแผ่นดินสาย 304 พนมสารคาม - กบินทร์บุรีตัดผ่าน ผลพวงจากการระเบิดหินทำถนน รวมถึงการเปิดทางให้ผู้คนเดินทางเข้าสู่พื้นที่โดยสะดวก ทำให้ชั่วระยะเวลาเพียง 30 กว่าปี ป่าดงดิบเขาหินซ้อนได้ถูกทำลายกลายสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม

แต่ด้วยแนวพระราชดำริ "ป่าหาย น้ำแห้ง ดินเลว ก็พัฒนาได้" หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินซ้อน และได้เสด็จไปทอดพระเนตรที่ดินที่มีผู้น้อยเกล้าฯ ถวาย

ป่าหาย น้ำแห้ง ดินเลว ก็พัฒนาได้ ที่เขาหินซ้อน
พื้นที่จัดแสดงโครงการพระราชดำริใน ห้วยฮ่องไคร้

พระองค์ท่านได้พระราชทานพระราชดำริให้ก่อตั้ง "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พ.ศ.2522 ภายในพื้นที่ 1,895 ไร่ นับเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรกของเมืองไทย

ปัจจุบันศูนย์การพัฒนาเขาหินซ้อนแห่งนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างของการพัฒนาตาม แนวเกษตรยั่งยืน แบ่งพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่างๆ อาทิ งานเกษตรแผนใหม่ งานเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพ โครงการสวนป่าสมุนไพร การทำประมงเลี้ยงปลาสวยงาม และปลาน้ำจืดที่ใกล้สูญพันธ์

ฝายชะลอน้ำที่ ห้วยฮ่องไคร้
นอก จากนี้ในศูนย์ฯ ยังมีสวนพฤกษศาสตร์รวบรวมเอาพรรณไม้ป่า พรรณไม้หายาก พรรณไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ และสวนสมุนไพรที่มีประโยชน์จัดแสดงไว้อย่างสวยงามมากมายให้ชม ซึ่งนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวศึกษาดูงานอันน่าสนใจอีกจุดหนึ่งในเมือง แปดริ้ว

ภาคเหนือ : "ห้วยฮ่องไคร้" พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต

สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งภาคเหนือที่โดดเด่นน่าสนใจก็คงจะหนีไม่พ้นที่ "ห้วยฮ่องไคร้" สถานที่ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิตในผืนป่ากว้าง ห้วยฮ่องไคร้ ตั้งอยู่บนดอยสูงบริเวณพื้นที่ป่าขุนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ภายใต้อาณาเขตกว้างใหญ่กว่า 8,500ไร่

ที่นี่เมื่อประมาณ 25 ปีก่อนหน้า ป่าแห่งนี้เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม มีสภาพแห้งแล้งอย่างหนัก จนแทบไม่มีราษฎรอาศัยอยู่ในพื้นที่

จนกระทั่งเมื่อวันที่11 ธ.ค. พ.ศ.2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนิน ผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ขึ้น ที่บริเวณพื้นที่ป่าขุนแม่กวงแห่งนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา ทดลอง และการพัฒนาต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารของภาคเหนือ และเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชน

ส่งผลให้ศูนย์ฯ แห่งนี้ กลายเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการที่ดี จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพัฒนาเหมาะแก่การท่องเที่ยว เพื่อผ่อนคลายอารมณ์และเสริมสร้างความรู้ในห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ ภายในศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วย งานศึกษาและพัฒนาแหล่งน้ำ ปศุสัตว์และโคนม ประมง งานปลูกหญ้าแฝก

ภายในมีโครงการแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกัน คือ
    • ส่วนแรก จะเป็นพื้นที่กว่า 6,000 ไร่พัฒนาป่าไม้ด้วยน้ำฝน มีการปลูกเสริมป่าเพื่อพัฒนาต้นน้ำ และเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าไปด้วย

    • ส่วนที่สอง เป็นพื้นที่พัฒนาป่าไม้ด้วยระบบน้ำชลประทาน ในร่องห้วยมีการสร้างฝายต้นน้ำลำธารเป็นระยะเพื่อกักเก็บน้ำเป็นช่อง มีการขุดคลองไส้ไก่ขนาดเล็กส่งออกไปสองข้างของฝายต้นน้ำลำธาร มีการจัดพื้นที่เป็นทุ่งหญ้าเพื่อเป็นอาหารสัตว์ป่า


    เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน
    อ่าวคุ้งกระเบน
    อนุสรณ์หมูดุด ที่เหลือเพียงตำนาน
    แห่งอ่าวคุ้งกระเบน

    • ส่วน ที่สามคือ พื้นที่พัฒนาการเกษตร โดยทดสอบการทำเกษตรแบบอุตสาหกรรม ผสมผสานกับการปลูกป่าในรูปวนเกษตรการปลูกข้าวและพืชไร่อื่นๆ ไม้ผล สมุนไพร พืชผักพื้นบ้านไม้ดอกไม้ประดับ

    • ส่วนที่สี่ เป็นพื้นที่พัฒนาการปศุสัตว์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ในกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์ เป็นการเลี้ยงสัตว์ในสภาพป่าโปร่งเพื่อเพิ่มคุณค่าของป่าสัตว์ที่เลี้ยงส่วน ใหญ่คือ โคนม นอกจากนั้นยังมีไก่ เป็ด ห่าน และสุกร

    • สุดท้ายเป็นพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำและพัฒนาการประมง อ่างเก็บน้ำในศูนย์มีทั้งหมด 7 อ่างประกอบด้วยอ่างใหญ่ 3 อ่าง ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ต่างๆ นอกจากนั้นใช้ในกิจกรรมทดลองการเลี้ยงปลาในอ่างเก็บน้ำตลอดจนศึกษาการจัดรูป แบบบริหารแหล่งน้ำ และยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนที่เข้ามาตกปลาอีกด้วย
ชีวิตใหม่ที่งอกงามแห่งป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน
นอก จากนี้เนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองการครองสิริราชย์สมบัติครบ 60 ปี ทางโครงการห้วยฮ่องไคร้ได้จำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามสถานที่ต่างๆ มาจัดแสดงไว้ที่นี่ อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน, โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง โดยได้จัดทำสะพานไม้อย่างสวยงามเพื่อเดินชมศูนย์จำลองและชมทิวทัศน์ของ โครงการ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสนใจที่น่ายลเป็นอย่างยิ่ง

ภาคตะวันออก : อ่าวคุ้งกระเบน ป่าชายเลนทรงคุณค่า

จากอดีตป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนที่เสื่อมโทรม แทบร้างไร้ประโยชน์ แต่วันนี้ ฟ้าก็มาโปรดยังป่าผืนนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2524 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่จังหวัดจันทบุรี ว่า

"ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมงและการเกษตร ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจังหวัดจันทบุรี"

โดยพระองค์ได้พระราชทานเงินที่ราษฎรจังหวัดจันทบุรีทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสนั้น ให้เป็นทุนเริ่มดำเนินการ

ฝายชะลอน้ำที่ภูพาน (ภาพ : ศูนย์ฯ ศึกษาภูพาน)
หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2525 จ.จันทบุรีได้จัดตั้ง "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ขึ้น ที่ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ภายใต้แนวทาง "การฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล จากยอดเขาสู่ท้องทะเล" โดยมีพื้นที่ครอบคลุมชายฝั่งทะเลกว่า 2,000 ไร่

นับแต่นั้นมาป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนนับพันไร่ได้พลิกฟื้นจากป่าเสื่อมโทรม กลายเป็นป่าชายเลนอันทรงคุณค่าที่มากไปด้วยระบบนิเวศอันหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติอันทรงคุณค่าแห่ง หนึ่งของเมืองไทย

ศูนย์ศึกษาฯ อ่าวคุ้งกระเบนฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยาให้ศึกษาอย่างหลากหลาย อาทิ "สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา" ซึ่งในนั้นได้แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 กลุ่ม คือ ปลาเศรษฐกิจ ปลาสวยงาม ปลาในแนวปะการัง และปลาที่มีรูปร่างแปลก ที่ถือว่าได้ว่าเป็นพันธุ์ปลาที่หายากในแถบทะเลตะวันออก เช่น ปลาการ์ตูน ( นีโม) ปลาผีเสื้อลายไขว้ หอยมือเสือ ปลาสิงโต ฯลฯ

มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 1,600 เมตร ผ่านผืนป่าชายเลนอันร่มครึ้ม มากไปด้วยพันธุ์ไม้มากมาย อาทิ โกงกางใบเล็ก - ใหญ่ ต้นฝาด ต้นฝาดแดง แสมขาว แสมดำ ลำพู ลำแพน ตะบูน ประสัก มีปูก้ามดาบ ปลาตีน และนกหลากหลายชนิด โดยระหว่างทางจะมีศาลาให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ ของป่าชายเลน รวมถึงป้ายสื่อความหมายพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ไปเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทาง

สำหรับจุดที่ถือเป็นไฮไลท์ประจำเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ก็เห็นจะเป็นสะพานแขวนที่เป็นทั้งจุดชมวิวและมุมถ่ายรูปอันยอดเยี่ยม และจุด "อนุสรณ์หมูดุด" หรือ"พะยูน" หรือที่บางคนเรียกว่า "วัวทะเล" ซึ่งเจ้าสัตว์ชนิดนี้ในอดีตถือเป็นเจ้าแห่งอ่าวคุ้งกระเบน ที่วันนี้สูญพันธุ์กลายเป็นตำนานเหลือแค่รูปปั้นเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

ภาคอีสาน : "ภูพาน"...สร้างน้ำ เพิ่มป่า พัฒนาชีวิตแบบพอเพียง

จากอ่าวคุ้งกระเบนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปดูพระบารมีที่แผ่ปกคลุมไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานกันบ้างที่ "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูล้อมข้าว-ภูเพ็ก เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าใหญ่บนเทือกเขาภูพาน

ที่แห่งนี้ถือกำเนิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2525 โดยเริ่มก่อสร้างที่ทำการศูนย์ฯ เมื่อปี พ.ศ.2527 บริเวณบ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ด้วยแนวพระราชดำริ "สร้างน้ำ เพิ่มป่า พัฒนาชีวิตแบบพอเพียง"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ฯ ขึ้น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอาชีพความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงมีพระราชดำริถึงศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานความตอนหนึ่งว่า

พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ ปากพนัง
"...ศูนย์ ศึกษาการพัฒนาภูพาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เดิมเป็นป่าโปร่ง คนไปตัดไม้สำหรับเป็นฟืนและใช้พื้นที่สำหรับทำการการเกษตรกรรม ป่าไม้ที่อยู่เหนือพื้นที่ถูกทำลายไปมาก จึงไม่มีน้ำในหน้าแล้ง น้ำไหลแรงในหน้าฝน ทำให้มีการชะล้าง (Erosion) หน้าดิน (Top Soil) บางลง และเกลือที่อยู่ข้างใต้จะขึ้นเป็นหย่อมๆ..."

ที่นี่มุ่งเน้นให้เป็นสถานศึกษาทดลองการเกษตรที่เหมาะสมกับท้องถิ่น และนำออกเผยแพร่เป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปปฏิบัติ เพื่อพัฒนาอาชีพ ฟื้นฟู และพัฒนาป่าไม้ การปลูกพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร

พระราชประสงค์อีกข้อหนึ่ง ก็คือการให้ที่นี่เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" เป็นห้องทดลองทางการเกษตรที่จะคอยสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการให้เกษตรกรนำไป ใช้ได้จริง เกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริม มีการสร้างอ่างเก็บน้ำตาดไฮใหญ่ เพื่อไว้รองรับในฤดูน้ำขาดแคลน

ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ยังทำการสาธิตกิจกรรมตามแนวพระราชดำริอื่นๆ อีกถึง 11 กิจกรรม ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาได้ ประกอบด้วยกิจกรรมด้านชลประทาน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง การพัฒนาดิน อุตสาหกรรมในครอบครัว สาธารณสุข การพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง ส่งเสริมการเกษตร

ภาคใต้ : "ปากพนัง" พัฒนาอย่างผสมผสาน

อนุสาวรีย์ปล่องโรงสีข้าวโบราณ ปากพนัง
ลงมาทางภาคใต้กันบ้างที่ จ.นครศรีธรรมราช กับ "โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างผสมผสาน บริหารจัดการ ทรัพยากร ทั้งลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 1,900,000 ล้านไร่ ครอบคลุม พื้นที่รวม 7 อำเภอ คือ พื้นที่ทั้งหมดของอำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร และอำเภอปากพนัง กับพื้นที่บางส่วนของอำเภอลานสะกา และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด ปัญหาน้ำเค็ม น้ำเน่าเสีย น้ำเปรี้ยว และน้ำท่วมของ "ลุ่มน้ำปากพนัง" ตามแนวพระราชดำริ ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ขุดคลองเพื่อระบายน้ำและระบบชลประทาน

ที่นี่มีสถานที่น่ายลหลายแห่งอย่าง "ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์" อันเป็นนามพระราชทานจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมายถึง ประตูที่ให้ประสบความสำเร็จในการแยกน้ำ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ซึ่งนำไปสู่ความผาสุกของปวงพสกนิกรและความมั่งคงทางเศรษฐกิจ

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ ตั้งอยู่ที่บ้านบางปี้ ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีช่องระบายน้ำรวม 10 ช่อง สามารถระบายน้ำได้ 1,426 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดย 2 ข้างของอาคารประตูระบายน้ำมีบันไดปลาและทางปลาลอดตั้งอยู่ สำหรับให้วงจรชีวิตของสัตว์น้ำเป็นไปอย่างธรรมชาติ ซึ่งผู้ที่ไปเที่ยวชมประตูระบายน้ำฯ ยังสามารถร่วมปลูกต้นไม้ถวายแด่ในหลวงได้ที่ลานปลูกต้นไม้ใกล้ๆ กับประตูระบายน้ำฯ โดยจะมีชื่อคนปลูกจารึกเอาไว้ด้วย

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ที่ปากพนัง
ในโครงการฯ ปากพนัง ยังมีสถานที่ชวนเที่ยวชมอย่าง "พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง" ที่เป็นอาคารรูปทรงสวยงาม ภายในประกอบด้วยห้องทรงงานส่วนพระองค์ ห้องประชุม และห้องนิทรรศการ ที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับลุ่มน้ำปากพนัง รวมถึงจัดแสดงเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในด้านทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาและด้านการบริหารจัดการน้ำ

ทั้งนี้บริเวณใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์ฯ มี "อนุสาวรีย์ปล่องโรงสีข้าวโบราณ" เป็นอีกหนึ่งจุดชวนชม ปล่องโรงสีข้าวโบราณถือเป็นสัญลักษณ์แห่งปากพนัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในอดีตปากพนังมีความอุดมสมบูรณ์ในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำแห่ง หนึ่งของเมืองไทย

นอกจากนี้ในโครงการฯ ยังมี "พระตำหนักประทับแรมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าภายในบริเวณตำหนักประทับ สร้างเป็นอาคารทรงไทยที่โดดเด่นไปด้วยเอกลักษณ์แบบภาคใต้ตกแต่งบริเวณอย่าง ร่มรื่นสวยงาม มีต้นไม้ประจำถิ่นจาก 14 จังหวัดภาคใต้ปลูกล้อมรอบ และพันธุ์ไม้พื้นเมืองภาคใต้หายากอีกจำนวนมาก ซึ่งนี่ถือเป็นโครงการแรกในโลก ที่ประชาชนชาวปากพนังและชาวนครศรีธรรมราชร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถวาย ที่ถือเป็นอีกจุดหนึ่งในโครงการฯที่น่ายลเป็นอย่างยิ่ง (ต้องขออนุญาตก่อนเข้าชม)




สำหรับ 5 สถานที่จากโครงการพระราชดำริ 5 แห่ง จาก 5 ภาคนั้น ผู้ที่ไปเยี่ยมชมโครงการพระราชดำริ นอกจากจะให้ความรู้ ความเพลิดเพลิน ยังได้ซึมซับกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

"ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ" อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เปิดทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี และเสาร์ - อาทิตย์ ค่าบริการ 20 บาท ผู้ที่สนใจจะเข้าชมศูนย์เป็นหมู่คณะ ต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า นอกจากนั้นศูนย์ฯ ยังมีบริการที่พัก สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร 0-3859-9105-6

"ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ" ตั้งอยู่ ณ ต.ป่าเมี่ยง และต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ที่นี่มีบ้านพักรับรองหรือกางเต็นท์พักแรมได้ แต่ต้องนำอุปกรณ์มาเองและต้องติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร 0-5324-8004, 0-5324-8483

"ศูนย์ศึกษาและพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ" ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร 0-3938-8116-8

"ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ "ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ถนนสาย สกลนคร - กาฬสินธุ์ สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร 0-4274-7458-9 โทรสาร 0-4274-7460

"โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ" ตั้งอยู่ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร 0-7541-6127



ที่มาข้อมูล : ผู้จัดการ



ท่องทั่วไทย

สมาคมผู้ประกอบการนําเที่ยวไทย (สนท.) ชวนเที่ยวเมืองระนอง
ตะกั่วป่า เมืองทรงคุณค่า ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง
เที่ยวสบายๆชายทะเลสัตหีบ / วินิจ รังผึ้ง
วัดเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด
"หลีเป๊ะ" สวรรค์ของคนรักทะเล ความงามท่ามกลางกระแสการพัฒนา
เที่ยวไทยครึกครื้นฯตอน สิมิลัน ฝันฉันยังมีเธอ
มองมนต์"น่าน" ผ่านวิถีชุมชน
เที่ยวเมืองน่าน แม้จะร้อนแต่ก็อิ่มเอมในศิลปะ
เพลินพิศชมวัง มนต์ขลังความงามแห่งสยามประเทศ
เที่ยวเขาค้อ ในวงล้อประวัติศาสตร์ประเทศไทย
ล่องใต้ ไปแล ‘เมืองลิกอร์’ ณ นครศรีธรรมราช
เที่ยวตามพ่อ เรียนรู้วิถีพอเพียง ที่แม่ฮ่องสอน
วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” อลังการแห่งศรัทธา
สามพันโบก โลกตะลึง
น่าน เนิบนาบ...แน่นอน/ปิ่น บุตรี
เกาะกูด I feel good.
เมืองอู่ทองศูนย์กลางพุทธศาสนาเก่าที่สุดในประเทศไทย
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งวัดพุทธเอ้น
ตื่นตาบึงบอระเพ็ด
สักการะรอยพระพุทธบาท ตักบาตรเที่ยงคืน ณ เชียงใหม่
ชวนชม 'เลย' หลากแง่งามกลางไออุ่น
"วัดมโนภิรมย์"มนต์เมืองมุก สุขเมื่อได้ชม/ ปิ่น บุตรี
คนชื่น“ผาชัน” มหัศจรรย์เสาเฉลียงยักษ์ หลงรัก 30,000 รู
ไหว้พระ 9 วัด "สุพรรณบุรี" เส้นทางทัวร์บุญ-กรุพระใกล้กรุง
สายใย เมือง3แฝด น่าน-หลวงพระบาง-เชียงรุ่ง
ตระการตา"โบสถ์คริสต์เมืองจันท์"เก่าแก่ สวยงามที่สุดในไทย
สัมผัส...มนต์เสน่ห์ไชยปราการ ซากุระ ทิวลิปบาน...บ้านไม้หอม
เขาค้อวันฟ้าใส
รำลึกบุญราศีที่วัดสองคอน
เที่ยวทับลาน ช่วยเพื่อนช้าง
พาลูกย้อนชมเมือง 'ประวัติศาสตร์'@กรุงเก่า 'อยุธยา'
เสน่ห์ทะเลจันท์...เจ้าหลาวไม่หนาวใจ
นางพญาเสือโคร่งบานที่ล้านนา
หลับลึกที่ผาชัน
ภูพาน ภูกุ้มข้าว ตาดโตน
งามอย่างมีคุณค่า... หาดท้ายเหมือง
“ภูเรือ”หนาวเนื้อ ห่มแดด/ปิ่น บุตรี
ใต้อันดามันในวันโลกร้อน / วินิจ รังผึ้ง
สมุย เสน่ห์ทะเลใต้
เที่ยววัด-วัง “บางปะอิน” กินของอร่อย “ตลาดโก้งโค้ง”
สงบงามตรึงใจ ไหว้พระเมืองพะเยา
กับเวลาสั้นๆ ที่"ศรีประจันต์"
7 สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมือง "อุดร"
5 ดอยสูงสุดในเมืองไทย
5 พิพิธภัณฑ์ แห่งเกาะรัตนโกสินทร์
3 น้ำตกแห่งภูสอยดาว
"เมืองลิกอร์" ณ นครศรีธรรมราช
"เพชรบุรี" เมืองงามสามวัง
"สำนักพิพิธภัณฑ์ฯ" ม.เกษตร
"สิมิลัน" เกาะสวรรค์
"พิพิธภัณฑ์ของปลอม"
"ผีขนน้ำ" แห่งเชียงคาน
"ปิล๊อก"เมืองเคียงหมอก ตำนานเหมือง
"ทีลอซู" น้ำตกงามระดับโลก
ดอยอ่างขาง สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย
ปาย ทักทายเมืองในฝัน
เทพเจ้าของชาวชุมพร ผู้มีวาจาสิทธิ์
เที่ยวเมืองน้ำแร่ ล่องแพพลับพลึงธาร
ไหว้พระธาตุ-เกจิดัง "สกลนคร"
ท่อง "สุพรรณ" เติมสีสันวันหยุด
สุดยอดแห่ง ตึก-บ้าน-วัด-วัง
ท่อง 2 เมือง "บุรี" สุขีทุ่งทานตะวัน
พิพิธภัณฑ์ฯพิมาย แหล่งรวมของดีที่น่าเสียดาย
“แหลมพรหมเทพ”เทพประทาน
สักการะเกจิชื่อดัง... ตามหาผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกในตรัง แวะชิมหมูย่างเมืองตรัง
ตะลอนทัวร์เมือง…จันทบุรี ตอนรับพลังเสริมมงคล ที่วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮัวยี่)
ตะลอนทัวร์เมือง…จันทบุรี ตอน ตื่นตา ตื่นใจ กับโลมาโชว์ อันแสนประทับใจ
รื่นรมย์ชมพุทธอุทยาน วัดชากใหญ่
ไหว้พระนอนวัดไผ่ล้อมแวะฝากท้องข้างวัดฯ
ตะลุย...ตะลอนทัวร์อ่าวคุ้งกระเบน
ยลวัดงามริมคลองด่าน ย่านจอมทอง
ชม 5 โบสถ์คริสต์ งามวิจิตรตระการตา
4 โบสถ์คริสต์วิจิตรตา ในศรัทธามีความงาม
Eco Trip ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม
คริสต์มาส ท่าแร่..."แห่ดาว"หนึ่งเดียวในไทย
ทะเลหมอกเมืองไทย
ตะลุยถนนอัญมณี ตลาดค้าพลอยเมืองจันทบุรี
พระอาทิตย์ตกที่หาดแหลมสิงห์
จังหวัดหนองคาย
เสน่ห์เมืองจันท์ไม่มีวันจาง
เที่ยวงาน"ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน" จ.เลย
วัดเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด
สดชื่น ชุ่มฉ่ำ กับสายน้ำเมือง"นครนายก"
อาดัง ราวี หลีเป๊ะ
เที่ยวทั่วไทย ตามรอย"พระนเรศวร"
ตลาดน้ำ อัมพวา
ตะลุยแดนฝัน สุดมันที่นครนายก
เยือนย่ำย่านเก่า เล่าตำนาน "สามเสน"
เทศกาลกระท้อนหวานลพบุรี
ผจญภัย 4 ผา 5 น้ำตก ที่"น้ำตกธารรัตนา"
ขึ้น'ดอยวาวี' รักกาแฟเสียดายชา
ตามรอยพระนเรศวร รำลึกวีรกรรมกู้ชาติ
สิมคู่ วัดสระเกตุ บ้านน้ำคำ จ.ร้อยเอ็ด
เที่ยว"บ้านท่าด่าน" ชมของดีใกล้กรุง
ล่องแก่ง ผจญสายน้ำที่“นครนายก”เมืองในฝันใกล้กรุงฯ
“ตลาดน้ำกลางดง” โคราช แนวคิดใหม่กับตลาดน้ำแห่งศิลปะ
100 ปี อาสนวิหารฯ แห่งจันทบุรี
ผาชะนะได จุดตะวันออกสุดสยาม



The Best Insure ช่วยดูแลคุณดุจญาติ