ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletประกันการเดินทาง
bulletประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล
bulletประกันสุขภาพ เพื่อยื่นวีซ่า
bulletประกันการขนส่ง
bulletประกันสุขภาพ
bulletประกันอัคคีภัย
bulletประกันรถยนต์ประเภท 1
bulletประกันภัยเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
dot
dot
bulletโปรโมชั่น ลูกกตัญญู
bulletลดกระหน่ำ ประกันประเภท 3
bulletประกันรถประเภท3ภาคพิเศษ1
bulletประกันรถประเภท3ภาคพิเศษ2
bulletประกันรถประเภท3ภาคพิเศษ3
dot
dot
bulletเสียดายแทนคนไม่ได้อ่าน
bulletสุขภาพ และ ความงาม
bulletธรรม สบายใจ
bulletรอบรู้เรื่องรถ
bulletพระราชาผู้เป็นหนึ่งในโลก
bulletเกร็ดความรู้ ประกัน
bulletธรรม ดี ดี จาก พ่อคูณ
bulletดวง โหราศาตร์ ความเชื่อ
bulletนา นา สาระ น่ารู้
bullet100 ปี ท่านพทธทาส
bulletหนังสือพิมพ์ ออนไลน์
bulletที วี ออนไลน์
bulletฟังวิทยุออนไลน์ ทั่วโลก
dot
dot
bulletกรมประกันภัย
bulletสมาคมประกันวินาศภัย
bulletสมาคมมัคคุเทศก์
bulletค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
bulletตารางเวลาเดินรถ บขส.
bulletตารางเวลาเดินรถ การรถไฟ
bulletค้นหาที่ทำการไปรษณีย์
dot
dot
bulletรายชื่อ บริษัท ทัวร์ชั้นนำ
bulletการขอ วีซ่า Schengen visa
bulletหมายเลขฉุกเฉิน
bulletเพลงดัง หนัง ละคร
bulletเส้นทางลัด กทม.
bulletสถานฑูต ต่างประเทศในไทย
bulletสายการบินนานาชาติ
dot
dot
bulletท่องปราสาทเทพนิยายในยุโรป
bulletยล 10 เมืองน่าอยู่ของโลก เวียนนา ชนะเลิศ
bulletทิ้งใจไว้ที่ "ปราก"
bullet“บูดาเปสต์” ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ
bulletเวียนนา นครแห่งเสียงดนตรี งดงาม โรแมนติก
bulletยลโบสถ์งาม “เมืองอัมสเตอร์ดัม”
bulletตกหลุมรัก “อัมสเตอร์ดัม” เมืองแห่งคลองมากเสน่ห์
bulletโคเปนเฮเกน เมืองท่ามหาเสน่ห์
bulletเจ้าหญิงหิมะกับเจ้าชายทะเล
bullet"เฮลซิงกิ" ธิดาแห่งทะเลบอลติก
bulletบาร์เซโลน่า
bulletท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ
bulletหลงรัก"โรม"
bulletท่องเที่ยวประเทศฮังการี
bulletเบอร์ลิน ความทรงจำหลังสงคราม
bulletเบอร์ลิน เกาะพิพิธภัณฑ์ปลุกปั้นอดีตให้มีชีวิต
dot
dot
bulletเซียงขวงดินแดนวิมาน งามตระการทุ่งไหหิน
bulletวังเวียงฝังใจ วิถีในม่านเขา-สายน้ำ และแบ็กแพ็กเกอร์
bulletมหัศจรรย์คอนพะเพ็ง
bulletมรดกโลกวัดพู ความงามคู่เมืองลาว
bulletคาราวานน่าน - ลาว สุขบนทางฝุ่น - ลุ้นบนทางโค้ง
bulletม่วนซื่น ลอดถ้ำ ถ้ำลอด(กองลอ) ณ แขวงคำม่วน
bulletผจญภัยทะเลทราย"ดูไบ"
bulletโรแมนติกแบบเกาหลี ที่นี่ “เกาะเชจู” ตอน: ลม ผู้หญิง และหินลาวา
bulletโรแมนติกแบบเกาหลี ที่นี่ “เกาะเชจู” ตอน: ดอกไม้ผลิใบ หัวใจผลิบาน
bulletวัฒนธรรมสำคัญของเกาหลี
bulletเมนูอาหารจานเด็ด ของเกาหลี
bulletไปเกาหลีซื้ออะไรดีน๊า??
bulletเที่ยวแดนโสมตามรอย “ลีซาน” ที่ป้อมฮวาซอง
bulletพิชิต"เขาไท่ซาน"ภูผาศักดิ์สิทธ์มรดกโลก
bulletฮาร์บิน
bulletเนินทรายครวญ กับ ทะเลสาบเดือนเสี้ยว
bulletสวัสดี ... ซีอาน
bulletไปฟ้อง 'ท่านเปา'
bulletแนะคนมีบุตรยากไหว้ 3สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจีนได้ลูก ‘ชาย-หญิง’ สมใจ
bullet38 แหล่งมรดกโลกในจีน ชีวิตหนึ่งต้องไปเยือน
bulletมรดกโลกในแผ่นดินจีน
bullet50 สุดยอดแหล่งเที่ยวในจีนที่ต่างชาติไม่ควรพลาด
bulletพระราชวังต้องห้าม(กู้กง)
bullet'หวงซัน'ขุนเขาในม่านเมฆ
bulletหมู่บ้านอนุรักษ์ซีตี้-หงชุน มณฑลอันฮุย
bulletเรื่องเล่าไม่รู้จบของ 'กำแพงเมืองจีน'
bullet'ม่อเกาคู' พุทธศิลป์ชิ้นเลิศที่ตุนหวง
bullet1974 โลกตะลึงกองทัพทหารใต้สุสาน
bulletเขาไท่ซัน มรดกโลกแดนมังกรปี 1987
bulletเมืองเก่าผิงเหยา : ขุมคลังโบราณและต้นแบบตลาดค้าเงินยุคใหม่
bullet'จิ่วไจ้โกว..ดินแดนแห่งเทพนิยาย'
bullet'โปตะลา'พระราชวังแดงบนหลังคาโลก
bulletเผยปริศนาในสุสานจิ๋นซี
bulletจีนฟันธงแล้ว “ที่ตั้งสุสานโจโฉ” ยุติปริศนาร่วมสองพันปี
bulletสามก๊ก (คริสตศักราช 220 – 280)
bulletมณฑลเหอหนัน (河南省)
bulletสุนทรียศิลป์แห่งน้ำแข็งและหิมะ ที่ฮาร์บิน
bullet"จิ่วไจ้โกว" ทะเลสาบ 5 สี
bulletย่ำขุนเขาเมือง “คุนหมิง” นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ
bullet"วัดเส้าหลิน" ถิ่นยอดกังฟูแดนมังกร
bulletย่างกุ้ง
bulletมัณฑะเลย์
bulletไขปริศนาก้อนหินแห่งศรัทธา
bulletเดินป่าหา 'ดาว' ณ เชียงตุง
bulletเที่ยว"ชเวดากอง"แล้วลองย้อนดูตัว
bulletเยือนบ้านลุงโฮ
bulletเว้
bulletสูดกลิ่นหอม ชมดอกไม้บานสะพรั่งที่ "ฮอกไกโด"
bulletไต่ระห่ำพิชิตภูเขาไฟ "ฟูจิ"
bulletดื่มด่ำธรรมชาติ ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น
bulletฟุคุยะมะ... งามบนความเรียบง่าย
bulletนาโอะชิมะ เกาะมหาศิลปะ
bulletIndonesia 1 การเติบโตท่ามกลาง ความผันผวนของโลก
bulletจากอูบุดถึงจาติลูวิห์...ดื่มด่ำความมหัศจรรย์บนผืนนา
bulletซีเรีย แหล่งอารยธรรมระดับโลก




ท่องเที่ยวเยอรมัน

เกี่ยวกับประเทศเยอรมัน

ลักษณะ ภูมิประเทศและที่ตั้ง

สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หรือเรียกสั้นๆ ว่าเยอรมันหรือเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้านถึง 9 ประเทศ คือเดนมาร์กอยู่ทางเหนือเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์กและฝรั่งเศสอยู่ทางตะวันตก สวิตเซอร์แลนด์และออสเตรียอยู่ทางใต้ สาธารณรัฐเชคและโปแลนด์อยู่ทางตะวันออก นับเป็นประเทศยุโรปที่มีจำนวนเพื่อนบ้านมากที่สุด

นับตั้งแต่มีการ รวมประเทศในปี ค.ศ. 1990 เยอรมันกลายเป็นประเทศสำคัญที่ไม่เพียงแต่เป็นตัวเชื่อมยุโรปตะวันตกและ ตะวันออกเข้าด้วยกัน แต่ยังเชื่อมประเทศทางตอนเหนือ คือ กลุ่มสแกนดิเนเวียกับกลุ่มประเทศทางตอนใต้ ซึ่งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป เยอรมันจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศในยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวัน ออก ยิ่งกว่านั้นการที่มีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ยังทำให้เยอรมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวแถบนี้

เยอรมัน มีพื้นที่ประมาณ 357,000 ตารางกิโลเมตร พรมแดนทางตอนเหนือของประเทศติดกับฝั่งทะเลเหนือ (North Sea) และทะเลบัลติค ทางตอนใต้จรดเทือกเขาแอลป์ในบาวาเรียน ระยะทางส่วนที่ยาวที่สุดจากเหนือจรดใต้ประมาณ 876 กิโลเมตร จากตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 640 กิโลเมตร ภูมิประเทศของเยอรมันมีทิวทัศน์งดงามแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ ทั้งเทือกเขาสูงต่ำสลับกับที่ราบสูงและพื้นที่ลดหลั่นเป็นชั้น เนินเขาทะเลสาปตลอดจนที่ราบโล่งกว้างใหญ่ ทางตอนเหนือเป็นแนวชายฝั่งทะเลเต็มไปด้วยเกาะแก่ง ทะเลสาบ ท้องทุ่งที่มีพุ่มไม้ปกคลุม เนินทราย และบริเวณปากแม่น้ำที่สวยงาม ส่วนทางตอนใต้แถบที่ราบสูงชวาเบียน-บาวา เรียงเต็มไปด้วยเนินเขาและทะเลสาปขนาดใหญ่ มีบริเวณครอบคลุมถึงเทือกเขาแอลป์ในส่วนของเยอรมัน

แผนที่ประเทศเยอรมัน
แผนที่ประเทศเยอรมัน


ลักษณะ ภูมิอากาศและฤดูกาล

ลักษณะอากาศของเยอรมันเป็นแบบค่อนข้าง ไปทางหนาวเย็น มี 4 ฤดู คือ

ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 18 – 20 องศาเซลเซียส แต่อาจจะสูงขึ้นถึง 30 องศา หรือสูงกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) อากาศจะเย็นลงและมีฝน ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองบ้าง สีแดงบ้างดูสวยงาม
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 5 องศา ถึง ลบ 5 องศาเซลเซียส โดยจะมีหิมะตกบ้าง
ฤดู ใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อากาศจะอุ่นขึ้น ดอกไม้เริ่มบานและต้นไม้จะแตกใบอ่อน นำความเขียวขจีกลับมาอีกครั้ง

เวลา
การ แบ่งเวลาของเยอรมันเป็นแบบยุโรปตอนกลาง ซึ่งเวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชม. ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ส่วนในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม.

ประชากร
เยอรมันมีประชากรประมาณ 82 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับสองรองจากรัสเซีย ในจำนวนนี้ 7.3 ล้านคน เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพมาจากตุรกี ยุโรปตอนใต้และยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มเข้ามาตั้งแต่ช่วงหลัง ค.ศ.1960 ซึ่งนับมาถึงปัจจุบันก็เป็นรุ่นที่ 2 และ 3 แล้ว

ชาวเยอรมันสืบเชื้อ สายมาจากเผ่าพันธุ์เยอรมันดั้งเดิมหลายเผ่า เช่น เผ่าซัคเซน และบาวาเรียน ซึ่งปัจจุบันเราจะไม่เห็นความแตกต่างนี้แล้ว แต่ยังมีคนเยอรมันบางกลุ่มที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมและพูดภาษาเผ่าดั้งเดิม ของตน โดยใช้เป็นภาษาถิ่นต่างๆ กันไป การหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติก่อให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมใน เยอรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเมืองใหญ่ๆ

เยอรมันเป็นสังคมเปิด กล่าวคือ ยอมรับผู้คนซึ่งอพยพเข้ามาหาที่หลบภัยและผู้อพยพหนีสงคราม การให้มีการเปิดเสรีสำหรับผู้ใช้แรงงาน การเป็นกลุ่มผู้นำ ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพและเลือกถิ่นที่อยู่ภายในสหภาพยุโรป

ศาสนา
ชาว เยอรมันกว่า 55 ล้านคนนับถือศาสนาคริสต์นิกายต่างๆ โดยมีนิกายโปแตสแตนท์ มีผู้นับถือประมาณ 27.6 ล้านคน นิกายโรมันคาทอลิก 27.5 ล้านคน เยอรมันไม่มีศาสนาประจำชาติ การมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ทำให้มีชุมชนที่นับถือศาสนาอื่นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาอิสลาม ซึ่งมีผู้นับถือศาสนาอิสลามในเยอรมันประมาณ 2.6 ล้านคน จาก 41 ชาติทั่วโลก นอกจากนั้นก็มีผู้นับถือศาสนายิว ฮินดู และพุทธ

ระบบการ เมือง
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อระบบเผด็จการนาซีล่มสลาย มีการแบ่งเยอรมันออกเป็น 2 ประเทศในปี ค.ศ.1949 คือ เยอรมันตะวันตกและเยอรมันตะวันออก (ซึ่งประเทศทั้ง 2 ได้รวมเป็นเอกภาพเมื่อปี ค.ศ. 1990) ประกอบด้วยประธานาธิบดีสหพันธ์ (President) มีรัฐสภาซึ่งแบ่งเป็น สภาสูง (Bundestag) และสภาล่าง (Bundesrat) หัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี (Chancellor) สิ่งที่น่าภาคภูมิใจในรัฐธรรมนูญเยอรมันก็คือ การระบุความสำคัญของสิทธิพื้นฐาน คนเยอรมันนับถือในเกียรติของความเป็นมนุษย์ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเยอรมันไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็ตามสามารถเรียกร้องสิทธิ พื้นฐานตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในทรัพย์สิน และเสรีภาพทางหนังสือพิมพ์ การเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จะทำได้โดยไม่มีการเซ็นเซอร์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เยอรมันเป็นหนึ่ง ในประเทศที่ร่วมก่อตั้งสหภาพยุโรปและการออกเงินตราของสหภาพยุโรป และเป็นสมาชิกขององค์กรนาโต้ (NATO) ในปี ค.ศ. 1990 เยอรมันตะวันออกซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน และปกครองแบบสังคมนิยมได้รวมประเทศเข้ากับเยอรมันตะวันตกกลายเป็น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันในปัจจุบัน

การปกครอง
สหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี ประกอบด้วย 16 รัฐ คือ บาเดน-เวือร์เทมแบร์ก บาวาเรีย เบอร์ลิน บรันเดนบวร์ก เบรเมน ฮัมบวร์ก เฮลเซน นีเดอร์ซัคเซน เมคเคลนบวร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น นอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลน ไรน์ลันฟัลส์ ซาร์ลันด์ ซัคเซน ซัคเซน-อันฮัลท์ ชเลสวิก-โฮลชไตน์ และเธือริงเงน แต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญเป็นของตนเอง โดยสภาผู้แทนแห่งรัฐมาจากการได้รับเลือกตั้งของสมาชิกพรรคต่างๆ ในรัฐนั้นๆ และสามารถออกกฎหมายใช้เองภายในรัฐได้ เช่น ระบบการศึกษารวมถึงระดับอุดมศึกษาอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของแต่ละรัฐ

เมือง ที่น่ารู้จัก
ประเทศเยอรมันคน เยอรมัน 26 ล้านคนหรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร อาศัยอยู่ใน 86 เมืองใหญ่ๆ ซึ่งประชากรกว่า 100,000 คนขึ้นไป ศูนย์กลางในทางเศรษฐกิจวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมจึงไม่ได้จำกัดอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเพียงแห่งเดียว โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงแสดงคอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ สถาบันศิลปะ ห้องสมุด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ศูนย์การค้า จะมีหลากหลายกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ และแต่ละเมืองจะมีลักษณะเฉพาะของตน

กรุง เบอร์ลิน(Berlin) เมืองหลวงของประเทศตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 เป็นเมืองใหญ่สุด มีประชากร 3.5 ล้านคน เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรม มีโรงละคร โรงแสดงคอนเสิร์ตวงดนตรีขนาดใหญ่ที่เรียกว่า วงออเคสตร้า พิพิธภัณฑ์ และเวทีแสดงศิลปะและดนตรีที่มีชื่อเสียง มีสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 11 แห่ง วิทยาลัยศิลปะและดนตรีอีก 6 แห่ง นับเป็นเมืองที่มีสถาบันอุดมศึกษามากที่สุดในเยอรมัน

ฮัม บวร์ก(Hamburg) เป็นเมืองท่าเรือสำคัญ มีประชากร 1.7 ล้านคน 15 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเป็นชาวต่างชาติ เมืองนี้จึงมีบรรยากาศของความเป็นสากล นอกจากนี้ยังเป็นเมืองศูนย์กลางการสื่อสารมวลชน ผลิตหนังสือพิมพ์และนิตยสาร 17 ใน 24 ฉบับของเยอรมันที่มียอดจำหน่ายกว่า 1 ล้าน มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง และสถาบันการศึกษาระดับสูงอีกหลายสถาบัน

มิวนิค(München) เมือง มิวนิคเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย มีประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน เป็นเมืองที่มีหอศิลปะ สวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง งานมหกรรมใหญ่ประจำปีที่ทั่วโลกรู้จักคือ Oktoberfest เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น BMW และ ซีเมนส์ บริษัทที่ผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง และสถาบันวิจัยอีกหลายแห่ง มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง และสถาบันการศึกษาระดับสูงอีก 8 แห่ง

แฟรง ค์เฟิร์ต ไมน์ (Frankfurt) ประตูสู่ยุโรป เป็นศูนย์กลางท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน มีประชากร 650,000 คน เป็นแหล่งการเงินนานาชาติและตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารกลางของยุโรป สำนักงานใหญ่ของธนาคารหลายแห่งอยู่ที่เมืองนี้ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของหอสมุดแห่งชาติและงานแสดงหนังสือนานาชาติที่ใหญ่ที่ สุดในโลก

โคโลญจ์ เมืองนี้ประกอบด้วยโบสถ์สวยงามมากมาย มีประชากรประมาณ 1,000,000 คน เป็นเมืองเก่ากว่า 2,000 ปี และยังเป็นศูนย์กลางศิลปะ ดนตรี ร่วมสมัย มหาวิทยาลัยโคโลญจ์ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1388 ปัจจุบันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาระดับสูงอื่น ๆ อยู่เกือบแสนคน

ไลป์ซิก(Leipzig) มีประชากรประมาณ 470,000 คน เคยเป็นเมืองสำคัญสำหรับจัดงานแสดงสินค้ามาหลายร้อยปีแล้ว เมื่อมีการรวมประเทศ เมืองนี้จึงกลับมามีบทบาทสำคัญทางการค้ากับทั่วโลกมากขึ้น มหาวิทยาลัยของเมืองนี้ ก่อตั้งมากว่า 600 ปี และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง

บอนน์ (Bonn) มีประชากรประมาณ 300,000 คน เคยเป็นเมืองหลวงของเยอรมันตะวันตก แม้ว่าหลังการร่วมประเทศ เมื่อปี ค.ศ.1990 เบอร์ลินจะกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่สถานที่ราชการหลายแห่งยังคงอยู่ที่เมืองนี้ รวมทั้งองค์กร และสถาบันต่าง ๆ เช่น องค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการ (German Academic Exchange Service) และสภาวิจัยของเยอรมัน (DFG) มหาวิทยาลัยของเมืองนี้มีนักศึกษาประมาณ 40,000 คน

เมืองที่น่าสนใจอื่นๆ มีอีกหลายเมือง เช่น ฮันโน เวอร์ (Hannover) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแสดงสินค้าอุตสาหกรรม, สตุ๊ ทการ์ท (Stuttgart) ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และเมือง ไวมาร์ (Weimar) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และ วัฒนธรรม

การศึกษาต่อในประเทศ เยอรมัน

ระบบการศึกษา
ใน ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนนักศึกษาทั้งหมด ประมาณ 12.6 ล้านคน ที่ประเทศมีครูอาจารย์ทั้งหมด ประมาณ 780,000 คน ตามที่โรงเรียนสถานศึกษากว่า 52,000 แห่งในเยอรมัน

การศึกษาภาค บังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 6 – 18 ปี รวมการศึกษาภาคบังคับทั้งหมด 12 ปี ซึ่งนักเรียนจำเป็นต้องเรียนหลักสูตรภาคบังคับแบบเต็มเวลานี้อย่างน้อย 9 ปี (ในบางรัฐ 10 ปี) หลังจากนั้นนักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรสายอาชีพหรือฝึกงาน ซึ่งเป็นการเรียนแบบไม่เต็มเวลาได้ โรงเรียนเอกชนในเยอรมันมีไม่กี่แห่งที่ดำเนินการโดยนักสอนศาสนา

โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนรัฐบาล เรียนฟรีไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน หนังสือและตำราเรียนมักมีให้นักเรียนยืมไม่ต้องซื้อ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ของส่วนตัวก็จะให้ผู้ปกครองบริจาคเงินตามกำลังทรัพย์ที่ มี เมื่อนักเรียนอายุ 6 ปี จะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาเป็นเวลา 4 ปี หลังจากจบประถมศึกษาแล้วจึงศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา แบ่งเป็น 4 ประเภทด้วยกัน

Secondary General School (Houptschule) เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ให้การศึกษาวิชาพื้นฐานทั่วไป วิชาที่สอน ได้แก่ ภาษาเยอรมัน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ สังคมวิทยา ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และวิชาแนะนำวิชาชีพ เวลาเรียน 6 ปี หลังจบนักเรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นประตูสู่การศึกษาสายวิชาชีพ

Intermediate School (Realschule) เป็นโรงเรียนที่อยู่ระหว่างโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ให้การศึกษาวิชาพื้นฐาน ทั่วไป (Secondary General School) กับโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เน้นวิชาการ (Grammar School) หลักสูตรส่วนใหญ่จะเน้น วิชาพื้นฐานทั่วไป หลังจบหลักสูตร 6 ปี แล้วจะได้ประกาศนียบัตรเพื่อศึกษาต่อไปในระดับที่สูงขึ้น เช่น โรงเรียนอาชีวะ ที่ต้องเรียนเต็มเวลา ประมาณ 40% ของผู้จบโรงเรียนมัธยมจะได้ประกาศนียบัตรแบบนี้

Grammar School (Gymnasium) เป็นการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 9 ปี เป็นการเรียนการสอนที่เน้นวิชาการ และเมื่อเรียนในระดับ เกรด 11 – 13 วิธีการเรียนจะแบ่งเป็นการเลือกกลุ่มวิชา (Course) ที่ถนัด เพื่อเน้นบางสาขาวิชาโดยเฉพาะ เพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยหลังจากจบเกรด 13 แล้ว

Comprehensive School (Gesamtshule) เป็นการผสมผสานการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมทั้ง 3 ประเภท เข้าด้วยกันภายใต้การบริหารหนึ่งเดียว นักเรียนเริ่มเรียนตั้งแต่เกรด 5 ถึง เกรด 10 และจะเริ่มเรียนวิชาเฉพาะทาง ในระดับเกรด 7 บางกลุ่มวิชาจะมีการแบ่งการเรียนออกเป็นกว่า 11 ระดับ แล้วแต่ความยากง่าย

ข้อมูล ทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับการศึกษาระดับสูง
นักศึกษาประเทศเยอรมันวิทยาศาสตร์ การวิจัยค้นคว้า และการศึกษาในเยอรมันมีการสืบทอดต่อเนื่องกันมายาวนาน สถานศึกษาหลายแห่งในเยอรมัน มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่าหลายศตวรรษ มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในเยอรมันอยู่ที่เมืองไฮเดลแบรก์ (Heldelberg) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1386 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยในเยอรมันเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมันหันมาพัฒนาการศึกษาและการวิจัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรวมประเทศ มีมหาวิทยาลัยเกือบ 120 แห่ง และสถาบันเทียบเท่ามหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเทคนิค มากกว่า 200 แห่ง กระจายทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังมีสถาบันการศึกษาชั้นสูง เช่น มหาวิทยาลัยเน้นภาคปฏิบัติ (Fachhochschule) มหาวิทยาลัยศิลปะการดนตรีและภาพยนตร์ เป็นต้น

สถาบันการศึกษาระดับ สูงส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาล มีไม่กี่แห่งที่ดำเนินการโดยนักสอนศาสนาคริสต์และกองทุนเอกชน ซึ่งเป็นสถาบันที่สอนด้านเทคโนโลยี กฎหมาย และบริหารธุรกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐบาลเปิดรับนักศึกษาทุกเชื้อชาติเรียนฟรี ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แม้กระทั่งนักศึกษาเยอรมันก็ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนโดยรัฐบาลเยอรมัน

จาก จำนวนนักศึกษาทั้งหมดเกือบ 2 ล้านคนในสถาบันอุดมศึกษาในเยอรมัน มีนักศึกษาประมาณ 140,000 คน ที่มาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก นักศึกษาต่างชาติประมาณ 9,400 กว่าคน กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาต่างๆ ประมาณ 1,600 คน ศึกษาในหลักสูตรพิเศษเฉพาะทางและในระดับปริญญาเอกมีประมาณ 2,700 คน สำหรับหลักสูตรนานาชาติที่นักศึกษาสนใจเรียนเป็นพิเศษมีมากกว่า 500 หลักสูตร ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษบางส่วนหรือสอนเป็นภาษาอังกฤษ ตลอดทั้งหลักสูตรและมีโครงสร้างตามระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย อังกฤษ-อเมริกัน



ประเทศเยอรมัน



ค่า ใช้จ่าย

ค่าเล่าเรียน

เนื่อง จากสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่สนับสนุนโดยรัฐ สถาบันการศึกษาจึงไม่เก็บค่าเล่าเรียน รวมทั้งนักศึกษาต่างชาติด้วย แต่อาจมีบางสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีการเรียกเก็บค่าเรียน ซึ่งจะมีตั้งแต่ภาคเรียนละ 10,000 บาท ไปจนถึง 180,000 บาท สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเล่าเรียนอาจจะสูงถึง 300,000 บาทต่อภาคเรียน

ใน ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับค่าเล่าเรียนนั้น มหาวิทยาลัยเยอรมันเก็บค่าธรรมเนียม (Administrative Fee) ซึ่งเป็นจำนวนไม่มากนัก และอาจจะรวมค่าตั๋วโดยสารประจำทางด้วย ค่าธรรมเนียมนี้จะประมาณ 1,000 – 4,000 บาท ต่อภาคเรียน ซึ่งอาจจะสอบถามได้จากมหาวิทยาลัยโดยตรง
ค่าครอง ชีพ

ค่าครองชีพของนักศึกษาต่างชาติในเยอรมันจะเป็นคนละ ประมาณ 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะรวมค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ ค่าหนังสือ และค่าพักผ่อนหย่อนใจ นักศึกษาทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ ซึ่งมีอัตราพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 30 ปี จะอยู่ในโครงการประกันแบบอื่น ส่วนผู้ที่มีอาการป่วยโรคเรื้อรังบางอย่าง จะต้องอยู่ในโครงการประกันสุขภาพที่พิเศษแตกต่างออกไป



ประเทศเยอรมัน



ข้อมูล จำเพาะ

ศุลกากร
สามารถ จะนำเงินหรืออื่นๆ ที่ใช้แทนเงินสดเข้าเยอรมนีได้ โดยมีมูลค่าไม่เกิน 15,000 ยูโร
ของขวัญ อาหารไม่ต้องเสียภาษี หาก นำเข้าในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นไปเพื่อการบริโภคโดยส่วนตัว
การ นำเข้าเหล้า บุหรี่ น้ำหอม จากประเทศในกลุ่ม EU เป็นไปโดยเสรี แต่อาจจะต้องพิสูจน์ว่านำมาเพื่อใช้บริโภคส่วนตัว

คนไทยใน เยอรมนี
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 คนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่อย่างถูกต้อง มีจำนวน 50,000 คน ประมาณว่าคนไทยที่อยู่ในเยอรมนี ทั้งถูกและผิดกฎหมายรวมไม่ต่ำกว่า 70,000 คน อาหารไทยเป็นที่นิยมของชาวเยอรมัน จึงมีร้านอาหารไทยตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ทุกเมือง อาทิ ในเบอร์ลินมีประมาณ 80-100 ร้าน

การเช่าบ้าน
ส่วนมากบ้านพักหรือ อพาร์ทเม้นท์ในเยอรมนีจะไม่มีเครื่องเรือนติดมาด้วย การหาบ้านพักอาจจะทำได้ทั้งโดยผ่านนายหน้า (คิดค่านายหน้าในอัตรา 2-3 เดือนของค่าเช่า) และหาจากหนังสือพิมพ์

ไฟฟ้า
ระบบ โทรทัศน์และวีดีโอ ระบบ PAL 220 โวลท์ ปลั๊กไฟเป็นระบบกลมสองขา ถ้าติดตั้งดาวเทียมสามารถรับสัญญาณภาพจากสถานีโทรทัศน์ช่องห้าได้

โทรศัพท์
มี ทั้งระบบหยอดเหรียญและใช้บัตร การโทรศัพท์มายังประเทศไทย ให้หมุนเลข 0066+รหัสจังหวัดของไทย โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายมาก และมีบริษัทที่ให้บริการและข้อเสนอเกี่ยวกับการบริการมากมาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและระยะเวลาที่จะใช้

โทรศัพท์มือถือ ค่าเช่าเครื่องครั้งแรก 1-25 มาร์ก และจ่ายค่าบริการเดือนละ 20-30 มาร์กหรือ ใช้การซื้อเด็ดขาดพร้อมการ์ด หากการ์ดหมดก็ซื้อมาเติมโทรศัพท์มือถือต่อไป

การคมนาคม
ทาง อากาศ ราคาค่าตั๋วบินภายในประเทศแพงมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการมากมาย ราคาค่าตั๋วของสายการบินเหล่านี้ขึ้นอยู่กับว่า ซื้อตั๋วก่อนล่วงหน้าการเดินทางนานเท่าใด โดยสามารถกระทำได้ทางอินเตอร์เน็ต
ทางรถยนต์ ทางด่วนมีความสะดวกมาก และเชื่อมเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศและไม่คิดค่าผ่านทาง
ทางรถไฟ สะดวก และรวดเร็วกว่ารถยนต์ อัตราค่าโดยสารรถไฟชั้นสอง ราคาอย่างถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 111 ยูโร แต่ปัจจุบันสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ในราคาที่ถูกและเหมาะสม โดยต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 3 วัน

ประเทศเยอรมัน



สอบ ถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที

สำหรับนักศึกษา สถานที่ติดต่อ
สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษาประจำสถานเอกอัคร ราชทูต ณ กรุงลอนดอน ดูแลเยอรมัน
28 Princess Gate London SW7 1 GF, Great Britain
โทร. (44 20) 758 445 38
โทรสาร (44 20) 7823 9896

สมาคม นักเรียนไทยในเยอรมนีในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่อยู่เดียวกับสถาน เอกอัครราชทูตที่กรุงเบอร์ลิน แต่ให้วงเล็บว่า Thai Student-Verein in Deutschland


ประเทศเยอรมัน



การ ขอวีซ่าเยอรมัน (Germany Visa)

การขอวีซ่า

นัก ศึกษาที่ประสงค์จะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี ต้องมายื่นคำร้องขอวีซ่าด้วยตนเอง พร้อมแสดงหลักฐาน (ตัวจริงและสำเนาอย่างละ 2 ชุด) ดังต่อไปนี้

แบบฟอร์มคำร้อง ขอวีซ่าที่กรอกเรียบร้อย 2 ชุด (ติดต่อขอรับแบบฟอร์มได้ที่สถาน ฑูตฯ หรือจาก website www.german-embassy.or.th ภายใต้หัวข้อแผนกกงสุลและวีซ่า
หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้ งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
รูปถ่ายขนาดสำหรับติดหนังสือ เดินทาง (2 นิ้ว) จำนวน 2 รูป
รายงานผลการตรวจสุขภาพ เป็นภาษาอังกฤษ (ควรเป็นโรงพยาบาลของรัฐ)
หนังสือตอบ รับให้เข้าศึกษาของสถาบันการศึกษา หรือหนังสือรับรองการสมัครเข้าศึกษาจากสถาบันการศึกษา (กรณีได้รับ ทุนการศึกษา) จำเป็นต้องแสดงเอกสารว่าท่านได้รับทุนการศึกษา
ท่านที่ ประสงค์จะไปเรียนภาษาเยอรมัน จะต้องแสดงหลักฐานการสมัครเข้าเรียนภาษาจากทางสถาบันศึกษา (ไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์)
ท่านที่ประสงค์จะไปฝึกงาน/ฝึกอบรม จะต้องแสดงหนังสือสัญญาการรับเข้าฝึกงาน/ฝึกอบรม
หลัก ฐานหรือหนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากธนาคาร เป็นภาษาอังกฤษ (Bank Statement) ซึ่งประเทศเยอรมนี ระบุชื่อเจ้าของบัญชีและชื่อนักศึกษา

หมาย เหตุ
นักเรียน/นักศึกษาที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้เดินทางออกนอกประเทศได้จากผู้ปกครองที่ออกโดยหน่วย งานราชการ

เอกสารที่นำมายื่นจะต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษา เยอรมันเท่านั้น

สถานฑูตฯ มีสิทธิ์ที่จะเรียกเอกสารอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้นเพิ่มเติม อีกทั้งสามารถเรียกเอกสารหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

วีซ่า ศึกษา ใช้ได้เฉพาะในประเทศเยอรมนีเท่านั้น และไม่สามารถทำงานได้ ยกเว้นช่วงปิดเทอม

สถานฑูตฯ จะส่งคำร้องขอวีซ่า พร้อมเอกสารประกอบคำร้องทั้งหมดไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศ เยอรมนี ณ เมืองที่ท่านประสงค์จะไปศึกษา เพื่อเสนอพิจารณาอนุมัติ และสถานฑูตฯ จะออกวีซ่าให้ได้ต่อเมื่อได้รับคำตอบอนุมัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เท่านั้น ดังนั้นการดำเนินการขอวีซ่าประเภทนี้อาจใช้เวลา 6 ถึง 8 สัปดาห์ โดยประมาณ ในบางกรณีอาจจะใช้เวลาดำเนินการมากกว่านี้ก็เป็นได้ ทั้งนี้สถานฑูตฯ จะแจ้งผลวีซ่าให้ท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยส่งไปยังที่อยู่ที่ได้ให้ไว้กับทางสถานฑูตฯ

ชื่อทางการ : สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
เมืองหลวง : เบอร์ลิน
ประชากร : 82.4 ล้านคน
ภาษา : เยอรมัน
ศาสนา : 34% คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 34% คริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 3.7% มุสลิม 28.3% ไม่นับถือศาสนาใดหรือนับถือศาสนาอื่น
สกุลเงิน :ยูโร
รหัสโทรศัพท์ นานาชาติ: 49

อากาศ : ประเทศเยอรมนีมีภูมิอากาศแบบ ภาคพื้นทวีป นั่นคืออากาศอาจจะร้อนจัดในฤดูร้อนและเย็นเฉียบในฤดูหนาว อย่างไรก็ตามแม้ในฤดูกาลเดียวกันก็มีความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้นใน ภาคต่างๆอยู่บ้าง ทางตอนเหนือในแถบที่ติดทะเลอากาศจะอบอุ่นกว่าทางใต้ในฤดูหนาว และในฤดูร้อนอากาศก็จะไม่ร้อนจัดจนเกินไป
  อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวแถบตอนเหนือและตอนกลางของประเทศอาจจะแตกต่างกัน ระหว่าง -1จนถึง 2.5เซลเซียส ในขณะที่ในแถบภูเขาหรือทางตอนใต้ความแตกต่างอาจจะอยู่ระหว่าง -10จน ถึง -15เซลเซียล เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนกรกฎาคมซึ่งอุณหภูมิอาจจะสูงถึง 35เซลเซียล
  ประเทศเยอรมนีมี 4 ฤดูกาลคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ฤดูร้อน(มิถุนายน-สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง(กันยายน-พฤศจิกายน)และฤดูหนาว(ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูร้อนเป็นฤดูที่มีฝนตกน้อยที่สุด
  ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางในประเทศเยอรมนีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และรสนิยมของนักท่องเที่ยวแต่ละคน ฤดูใบไม้ผลิคือฤดูดอกไม้บานโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามท้องทุ่งและป่าเขา ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและงานเทศกาลพื้นบ้านต่างๆ ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูแห่งสีสันของแมกไม้และสายหมอก ในขณะที่ฤดูหนาวคือวันเวลาสำหรับผู้เล่นสกี ตลาดคริสต์มาส การละคร และดนตรีคลาสสิก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเยือนประเทศเยอรมนีโดยไม่ต้องทุกข์ทรมานกับความ หนาวเย็นมากเกินไปน่าจะเป็นเวลาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือน ตุลาคม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม :ร้อยละ 16

การเข้าเมือง
  ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ที่มิใช่หนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางทูตต้องได้รับการตรวจลงตรา หรือวีซ่า และหนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากวีซ่าหมดอายุ จะต้องเดินทางออกโดยทันที มิฉะนั้น จะถูกจับและดำเนินคดีในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศ และชำระค่าปรับในอัตราที่สูงด้วย

  หญิงไทยที่จะเดินทางมาเยอรมนีเพื่อทำการสมรสให้ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัคร ราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า มาแต่งงาน หากมาท่องเที่ยว ให้ระบุวัตถุประสงค์ว่ามาท่องเที่ยวเพราะผู้ถือวีซ่าประเภทท่องเที่ยวจะมา แต่งงานในเยอรมันไม่ได้
      หญิงไทยต้องระมัดระวังการถูกชักจูง โดยขบวนการหลอกลวงผู้หญิงไทยมาขายบริการ โดยใช้วิธีการจ้างชายไทยที่มีวีซ่าถาวร หรือชาวเยอรมันแต่งงานด้วยเพื่อจะได้พำนักอยู่ได้อย่างถูกต้อง และเมื่อมีสิทธิพำนักอยู่ในเยอรมันจะถูกบังคับให้ทำงานขายบริการ โดยรายได้ส่วนใหญ่จะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ จนหญิงไทยแทบไม่เหลือรายได้

ศุลกากร

  • สามารถจะนำเงินหรืออื่นๆ ที่ใช้แทนเงินสดเข้าเยอรมนีได้โดยมีมูลค่าไม่เกิน 15,000 ยูโร
  • ของขวัญ อาหารไม่ต้องเสียภาษี หากนำเข้าในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นไปเพื่อการบริโภคโดยส่วนตัว
  • การนำเข้าเหล้า บุหรี่ น้ำหอม จากประเทศในกลุ่ม EU เป็นไปโดยเสรี แต่อาจจะต้องพิสูจน์ว่านำมาเพื่อใช้บริโภคส่วนตัว
 

คนไทยในเยอรมนี
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 คนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่อย่างถูกต้อง มีจำนวน 50,000 คน ประมาณว่าคนไทยที่อยู่ในเยอรมนี ทั้งถูกและผิดกฎหมายรวมไม่ต่ำกว่า 70,000 คน อาหารไทยเป็นที่นิยมของชาวเยอรมัน จึงมีร้านอาหารไทยตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ทุกเมือง อาทิ ในเบอร์ลินมีประมาณ 80-100 ร้าน

การเช่าบ้าน
ส่วนมากบ้านพักหรืออพาร์ทเม้นท์ในเยอรมนีจะไม่มีเครื่องเรือนติดมาด้วย การหาบ้านพักอาจจะทำได้ทั้งโดยผ่านนายหน้า (คิดค่านายหน้าในอัตรา 2-3 เดือนของค่าเช่า) และหาจากหนังสือพิมพ์

 

ไฟฟ้า
ระบบโทรทัศน์และวีดีโอ ระบบ PAL 220 โวลท์ ปลั๊กไฟเป็นระบบกลมสองขา ถ้าติดตั้งดาวเทียมสามารถรับสัญญาณภาพจากสถานีโทรทัศน์ช่องห้าได้

 

โทรศัพท์
มีทั้งระบบหยอดเหรียญและใช้บัตร การโทรศัพท์มายังประเทศไทย ให้หมุนเลข 0066+รหัสจังหวัดของไทย โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายมาก และมีบริษัทที่ให้บริการและข้อเสนอเกี่ยวกับการบริการมากมาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและระยะเวลาที่จะใช้

 

โทรศัพท์มือถือ ค่าเช่าเครื่องครั้งแรก 1-25 มาร์ก และจ่ายค่าบริการเดือนละ 20-30 มาร์กหรือ ใช้การซื้อเด็ดขาดพร้อมการ์ด หากการ์ดหมดก็ซื้อมาเติมโทรศัพท์มือถือต่อไป

การคมนาคม
ทางอากาศ
-
ราคาค่าตั๋วบินภายในประเทศแพงมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการมากมาย ราคาค่าตั๋วของสายการบินเหล่านี้ขึ้นอยู่กับว่า ซื้อตั๋วก่อนล่วงหน้าการเดินทางนานเท่าใด โดยสามารถกระทำได้ทางอินเตอร์เน็ต
ทางรถยนต์
-
ทางด่วนมีความสะดวกมาก และเชื่อมเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศและไม่คิดค่าผ่านทาง
ทางรถไฟ
-
สะดวก และรวดเร็วกว่ารถยนต์ อัตราค่าโดยสารรถไฟชั้นสอง ราคาอย่างถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 111 ยูโร แต่ปัจจุบันสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ในราคาที่ถูกและเหมาะสม โดยต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 3 วัน


ควรหรือไม่ควรในเยอรมนี
1.ชาวเยอรมันรักความสะอาดและความมีระเบียบมาก การทิ้งขยะในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย และแม้จะทิ้งขยะในถังก็ต้องทิ้งให้ถูกต้อง 
2.ความเงียบสงบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเยอรมันให้ความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นโปรดรักษาความสงบ การส่งเสียงเอะอะโวยวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ทั้งวัน วันเสาร์ระหว่างเวลา 18.00น. จนถึง 8.00น. และระหว่าง 12.00-15.00น. วันธรรมดาระหว่าง 20.00น.-8.00น. และระหว่าง 12.00น.-15.00น.โดยหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย
3.ชาวเยอรมันขับรถเร็วแต่เคารพกฏหมายอย่างเคร่งครัดและไม่ประนีประนอม ดังนั้นถ้าต้องการขับรถเที่ยวเอง ต้องแน่ใจว่ารู้กฏจราจรจริงๆ

  อนึ่ง ถ้าท่านขับรถผ่านไปพบอุบัติเหตุ ท่านจะต้องหยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือ มิฉะนั้นท่านจะมีความผิดตามกฏหมาย ถ้าท่านขับรถไปชนหรือเฉี่ยวรถที่จอดอยู่โดยเจ้าของรถไม่ได้อยู่ในที่นั้น ท่านจะต้องคอยพบเจ้าของหรือถ้าคอยไม่ได้ต้องทิ้งที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ไว้ให้เจ้าของรถ มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าท่านละเมิดกฏหมายในระดับที่ร้ายแรงมาก
4.ในการซื้อสินค้าหรือกระทำการใดก็ตามห้ามแซงคิว ผู้ที่มาก่อนย่อมจะต้องได้รับบริการก่อน การแซงคิวหรือเบียดเสียดเป็นการผิดมารยาทที่ร้ายแรงมาก
5.ถ้าท่านใช้บริการของการขนส่งมวลชน โปรดระมัดระวังอย่านั่งเก้าอี้ที่มีเครื่องหมายกากบาทสีขาว เพราะที่นั่งเหล่านี้เป็นที่นั่งสำรองสำหรับผู้ที่บาดเจ็บพิการหรือผู้ชรา
6.ชาวเยอรมันโดยทั่วไปไม่ใช่คนยิ้มง่าย แต่เขาจะให้ความช่วยเหลือถ้าได้รับการขอร้องอย่างสุภาพ
7.การจราจรในเยอรมนีเป็นแบบชิดขวา ทั้งนี้รวมถึงคนเดินถนนด้วย
8.โปรดให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่เข็นรถเด็ก เช่น หลีกทางให้ไปก่อน ช่วยเปิดประตู หรือช่วยยกรถเด็ก
9.การตรงต่อเวลาเป็นมารยาทพื้นฐานที่สำคัญมาก
10.การไปเยี่ยมเยือนชาวเยอรมันจะต้องนัดล่วงหน้าเสมอ ควรมีของขวัญเล็กๆน้อยๆ เช่น ดอกไม้สักช่อ หรือไวน์ดีๆสักขวดไปฝากเจ้าบ้าน และอย่าอยู่นานเกินไป อนึ่งถ้าไม่ได้มีการเชิญรับประทานอาหารล่วงหน้า ชาวเยอรมันจะไม่เชิญแขกให้อยู่รับประทานอาหาร
11.ในการทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ ผู้ที่อายุมากกว่า หรือสตรีจะเป็นฝ่ายยื่นมือให้ก่อน
12.สงครามโลกทั้ง 2 ครั้งและคำว่านาซี ไม่ควรอยู่ในหัวข้อสนทนากับชาวเยอรมัน



สถานทำการของ แผนกวีซ่า
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 11.30 น. หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ในเวลาทำการ
โทร. 0-2287-9000 ต่อ 069 – 072
หรือ E-mail : rk@german-embassy.or.th

ค่าธรรมเนียมในการขอ วีซ่า
ประมาณ 25 ยูโร ชำระในวันที่มายื่นคำร้อง โดยชำระเป็นเงินบาทคิดตามอัตราแลกเปลี่ยน



ท่องเที่ยวยุโรป

เวียนนา นครแห่งเสียงดนตรี งดงาม โรแมนติก
โคเปนเฮเกน เมืองท่ามหาเสน่ห์
หลงรัก"โรม"
"เฮลซิงกิ" ธิดาแห่งทะเลบอลติก
ตกหลุมรัก “อัมสเตอร์ดัม” เมืองแห่งคลองมากเสน่ห์
เบอร์ลิน เกาะพิพิธภัณฑ์ปลุกปั้นอดีตให้มีชีวิต
เบอร์ลิน ความทรงจำหลังสงคราม
บาร์เซโลนา
เจ้าหญิงหิมะกับเจ้าชายทะเล
ท่องเที่ยวประเทศฮังการี
ท่องเที่ยวประเทศอิตาลี
ท่องเที่ยวประเทศออสเตรีย
ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ
ท่องเที่ยวประเทศสเปน
ท่องเที่ยวประเทศรัสเซีย
ท่องเที่ยวประเทศฟินแลนด์
ท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส
ท่องเที่ยวประเทศโปรตุเกส
ท่องเที่ยวประเทศเบลเยียม
ท่องเที่ยวประเทศเนเธอร์แลนด์
ท่องเที่ยวประเทศนอร์เวย์
ท่องเที่ยวประเทศเดนมาร์ก
ท่องเที่ยวประเทศสวิสเซอร์แลนด์
“บูดาเปสต์” ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ
ทิ้งใจไว้ที่ "ปราก"
ยลโบสถ์งาม “เมืองอัมสเตอร์ดัม”
ยล 10 เมืองน่าอยู่ของโลก เวียนนา ชนะเลิศ
ท่องปราสาทเทพนิยายในยุโรป



The Best Insure ช่วยดูแลคุณดุจญาติ